Health Care
อยากดูแลสุขภาพ ให้คอร์ดีเบคดูแล

มะเร็ง

             โรคมะเร็ง ครองอันดับ 1 โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยมานาน หลายท่านอาจเคยได้ยิน เรื่องเกี่ยวกับสรรพคุณของ ถั่งเช่า ที่มีผลเกี่ยวกับมะเร็งต่างๆ จากผลการวิจัยจากต่างประเทศหลายแห่ง มีรายงานว่า ถั่งเช่า มีสรรพคุณช่วยต้านเซลล์มะเร็งดังนี้

 

1. ถั่งเช่า ช่วยลดการแพร่ของเซลล์มะเร็ง

2. ถั่งเช่า ช่วยให้เม็ดเลือดขาวมีชีวิตยาวนานมากขึ้น ซึ่งช่วยให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้มากขึ้น

3. ถั่งเช่า ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาว ชนิด T-Helper

4. ถั่งเช่า ช่วยออกฤทธิ์เป็นลบต่อเซลล์มะเร็ง

5. ถั่งเช่า ช่วยให้คนไข้ที่ได้รับการบำบัดด้วยเคมี มีพละกำลังมากขึ้น

             การศึกษางานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2008 เกี่ยวกับการทดลองทางชีววิทยาและการแพทย์ นักวิจัยได้สำรวจพบว่าหนูทดลองที่มีเม็ดเลือดขาวต่ำ ซึ่งเป็นผลจากการรับเคมีบำบัดมะเร็ง หลังจากได้รับสารสกัดถั่งเช่า ทุกวันเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน พบว่าหนูทดลองที่ได้รับสารสกัดจากถั่งเช่า มีเซลล์เม็ดเลือดขาวสูงขึ้นจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับสารจากถั่งเช่า พบว่ากลุ่มที่ได้บริโภค ถั่งเช่า มีเม็ดเลือดขาวสูงกว่าถึง 50% นอกจากนี้ทีมนักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตุว่า ถั่งเช่า เป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างกระดูกใหม่ โดยทำหน้าที่เป็นโปรตีนซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นในการผลิตเซลล์กระดูกใหม่อีกด้วย

 

             นักวิจัยยังใช้วิธีการตรวจวิเคราะห์เซลล์ (flow cytometry) เพื่อแสดงให้เห็นว่าเซลล์มะเร็งลดจำนวนลง เป็นผลจากประสิทธิภาพของ ถั่งเช่า และผลจะยิ่งดีขึ้นอย่างชัดเจนได้นั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของถั่งเช่าที่ได้รับต่อวัน และระยะเวลาที่ได้รับถั่งเช่าด้วยเช่นกัน

 

              ในการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องเซลล์ ที่ได้มีการตีพิมพ์ลงในวารสาร Cancer Chemotherapy and Pharmacology ปี 2007 มีข้อความว่า สารคอร์ไดเซปิน (cordycepin) จากถั่งเช่า ช่วยส่งผลต่อการตายของเซลล์มะเร็งในช่องปาก โดยออกฤทธิ์ช่วยให้เซลล์มะเร็งทำลายตัวเอง และในการทดสอบอื่นๆในห้องทดลอง ปี 2009 นักวิทยาศาสตร์ได้แยกสารสำคัญอีก 2 ตัวที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งในถั่งเช่าออกมาเพิ่มเติม และตั้งชื่อมันว่า gliocladicillins A and B ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง โดยช่วยให้มันทำลายตัวเอง ส่วนสาร gliocladicillin นี้ถูกเรียกว่า effective antitumor agents หรือสารต้านมะเร็งที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ยังศึกษาการใช้มันรักษาในมนุษย์ต่อไป

virus-1812092_1920.jpg
6338.jpg

เบาหวาน

             โรคเบาหวาน ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโรคร้าย ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิต ในปัจจุบันมีผู้ที่เป็นโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัวอีกมากมาย โรคเบาหวาน เกิดได้หลายสาเหตุ ส่วนใหญ่อาจเกิดจากพฤติกรรมการทาน การใช้ชีวิต หรือจากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อมาจากคนในครอบครัว โรคเบาหวาน มีหลายประเภทและหลายระดับ เป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญอาหาร หรือที่เรียกว่า เมตาบอลิก (METABOLIC DISORDERS) คือ กลุ่มโรคที่ประกอบด้วยความผิดปกติ ที่มักจะพบร่วมกันได้แก่ โรคอ้วนลงพุง ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ระดับไขมันในเลือดที่ผิดปกติ และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคอีกหลายอย่าง
 

             โรคเบาหวาน เกิดจากสภาวะที่ร่างกายมีน้ำตาลกลูโคสอยู่ในเลือดมากเกินไป เพราะร่างกายไม่สามารถเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นพลังงานได้เหมือนปกติ ก็จะส่งผลให้เกิดโรคเบาหวานขึ้น

โรคเบาหวานแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ

  1. ชนิดที่1 คือสภาวะที่ตับอ่อน ผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอหรือไม่ผลิตเลย และชนิดที่2 คือสภาวะตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ แต่ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างสมดุล ดังนั้นการฉีดอินซูลินเข้าร่างกาย จึงเป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง

  2. ระดับคลอเลสเตอรอลชนิด HDLในเพศชายมีน้อยกว่า 40 มก./ดล. และในเพศหญิงมีน้อยกว่า 50 มก./ดล.

  3. ความดันโลหิต SYS มากกว่าหรือเท่ากับ 130 มิลลิเมตรปรอท หรือ ความดันโลหิต DIA มากกว่าหรือเท่ากับ 85 มิลลิเมตรปรอท

  4. อาการแรกเริ่มของโรคเบาหวานคือ ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร มากกว่าหรือเท่ากับ 100 มก./ดล. และมักจะเกิดขึ้นในวัยกลางคนหรือผู้สูงอายุ
     

             ในโรคเบาหวานทั้งสองชนิด จำเป็นต้องได้รับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ให้สมดุลตลอดเวลา เพื่อช่วยลดปัญหาด้านสุขภาพอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ซึ่งโรคนี้อาจส่งผลกระทบร้ายแรงในอนาคตได้

             การที่จะดูแลสุขภาพให้ห่างไกลจากโรคเบาหวาน ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ดีอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร และการออกกำลังกายแล้ว
             อีกทางเลือกหนึ่งที่สำคัญคือ ถั่งเช่า สมุนไพรที่มีงานวิจัยรับรองมากมาย ว่าสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดไดดี ช่วยบำรุงและฟื้นฟูร่างกาย ถือเป็นสมุนไพรอายุวัฒนะที่เห็นผลจริง

ถั่งเช่า มีสารสำคัญในการช่วยปรับสมดุลได้เป็นอย่างดี ลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดด้วย แต่ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใช้ยาลดระดับน้ำตาลพร้อมกับทานถั่งเช่า เพราะถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลอยู่แล้ว หากร่างกายได้รับอินซูลินมากเกินไป คือทั้งยา และถั่งเช่า จะทำให้เกิดการเสริมฤทธิ์กัน ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป อาจถึงขั้นหมดสติหรือที่เรียกว่า อาการช็อคน้ำตาลได้ ก่อนเลือกควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทานจะดีกว่า

31d1d65d57cd4e68f5a4045d7c22f52e - Copy.
188182ad74d5637d7971ae05b586dce8.png

ความดันสูง

             โรคความดันโลหิตสูง ถือได้ว่าเป็นภัยเงียบที่เป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหัวใจล้มเหลว ไตวาย และโรคอัมพาต ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีอาการจนกว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนเหล่านี้ เป็นโรคที่ไม่ค่อยแสดงอาการ แต่หากเป็นแล้วจะค่อนข้างร้ายแรงโดยเฉพาะโรคหัวใจซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของประเทศไทย ซึ่งเราไม่สามารถล่วงรู้ได้หากเราไม่ได้ทำการตรวจวินิจฉัย แต่เมื่อแพทย์วินิจฉัยพบแล้ว การรักษาด้วยยาเป็นเพียงวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ แต่อีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ความดันโลหิตลดลงหรือกลับสู่ภาวะปกติ คือการรับประทานอาหาร หากเรารู้จักเลือกรับประทานอาหาร เราก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและห่างไกลจากความเสี่ยงโรคอื่นๆได้

 

             โรคนี้เกิดจากความดันที่อยู่ในหลอดเลือด ที่คอยผลักดันให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เกิดความผิดปกติ คือ สูงขึ้น หรือต่ำลง ความดันโลหิตสูง หมายถึง แรงดันของเลือดที่กระทำต่อผนังหลอดเลือด ซึ่งจะมีค่ามากหรือน้อยขึ้นกับแรงบีบตัวของหัวใจของแต่ละคน ค่าความดันโลหิตที่วัดจากเครื่องวัดความดันจะมี 2 ค่า คือ ความดันโลหิตตัวบน คือ แรงดันขณะหัวใจบีบตัว และความดันโลหิตตัวล่าง คือ แรงดันหัวใจขณะคลายตัว 

             สำหรับค่าความดันโลหิตที่ปกติคือความดันโลหิตตัวบน น้อยกว่าหรือเท่ากับ 120 มม.ปรอท และความดันโลหิตตัวล่างน้อยกว่าหรือเท่ากับ 80 มม.ปรอท ซึ่งสาเหตุของโรคนี้ยังไม่สามารถวินิจฉัยได้อย่างแน่ชัด ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้มักจะเป็นผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีอาการป่วยบางโรค เช่น โรคเกี่ยวกับสมอง ต่อมหมวกไต และต่อมไร้ท่อบางชนิด รวมทั้งโรคเรื้อรังอื่นๆที่ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น เช่น โรคโลหิตจางอย่างรุนแรง หรือโรคเบาหวาน เป็นต้น

 

ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้กำหนดระดับความดันโลหิตไว้ดังนี้้

- ความดันโลหิต 120/80-139/89 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าความดันโลหิตปกติ

- ความดันโลหิต 100/60 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าความดันโลหิตต่ำ

- ความดันโลหิตตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป ถือว่าความดันโลหิตสูง
 

อาการความดันโลหิตต่ำ : ไม่มีแรง เวียนหัว หัวหมุน คลื่นไส้และอาเจียนได้ง่าย รวมทั้งเหนื่อยง่าย
อาการความดันโลหิตสูง : ปวดศีรษะ มึนงง เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย อาจมีอาการแน่นหน้าอก

                                          นอนไม่หลับ หรือสูญเสียความจำร่วมด้วย
          **หากมีอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการวัดความดันให้แน่ใจ**

 

             การตรวจวัดความดันอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถช่วยวินิจฉัยโรคความดันโลหิตสูงระยะเริ่มแรก และการควบคุมความดันโลหิตให้ได้ถึงเกณฑ์ปกติตั้งแต่เริ่มวินิจฉัยจะช่วยให้ไม่เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ด้วย
 

             ในปี 1995 มีผลการวิจัยเกี่ยวกับถั่งเช่าและโรคหัวใจ ของ Chen ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง 30 คน โดยให้รับประทานถั่งเช่า 3-4 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 26 เดือน ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน แล้วทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันจำนวน 34 คน ผลปรากฏว่า ผู้ป่วยที่ได้รับถั่งเช่าร่วมกับยาแผนปัจจุบันมีดัชนีบ่งชี้อาการต่างๆดีขึ้นอย่างมาก

เช่น อาการหายใจถี่ลดลง ทำให้ไม่เหนื่อยง่าย สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น อาการทางจิตดีขึ้น และความต้องการทางเพศสูงขึ้น [Chen G. (1995). Effects of Jinshuibao capsule on quality of life of patients with chronic heart failure. J Admin Trad Chinese Med. 5(suppl) : 40-43.]

055d821a494bcd2ace96759e379fd875.jpg
StockSnap_00Q7AI2NZJ - Copy.jpg
Image.jpg

             โรคเสื่อมสมรรถภาพ Erectile Dysfunction หรือ ED คือ อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่ในผู้หญิงจะสังเกตได้ค่อนข้างยากกว่า หรืออาจมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญ แต่สำหรับผู้ชายนั้นจะถือเป็นเรื่องใหญ่ เนื่องจากส่วนใหญ่จะมีอาการอวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวได้ ไม่สามารถสอดใส่ได้ จนทำให้กิจกรรมทางเพศสัมพันธ์ไม่สามารถเริ่มต้นหรือดำเนินต่อไปได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนผู้หญิงอาจมีความต้องการทางเพศลดลง มีอาการเบื่อการมีเพศสัมพันธ์ อารมณ์ไม่คงที่ อาการเสื่อมสมรรถภาพจะเพิ่มขึ้นตามอายุ หรืออาจเกิดจากปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ เช่น

1. ทำงานหนัก ทำงานเยอะ พักผ่อนน้อย ทำให้อ่อนเพลีย

2. ความเครียด อาการเครียดอาจส่งผลให้ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์

3. บุหรี่ แอลกอฮอล์ และยาเสพย์ติด ส่งผลให้สมรรถภาพเสื่อมโดยตรง

4. โรคประจำตัวบางอย่าง เช่นความดัน เบาหวาน


ถั่งเช่า ช่วยฟื้นฟูอาการสมรรถภาพทางเพศเสื่อมได้อย่างไร?

             ในสมัยก่อน ถั่งเช่าทิเบต ถือเป็นสมุนไพรที่มีราคาแพงมาก โดยจำกัดให้ใช้แค่ภายในราชวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น มีคุณสรรพคุณโดดเด่นเรื่องการรักษาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จนได้ฉายาว่าเป็น "ไวอากร้าแห่งเทือกเขาหิมาลัย" และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ร่างกายอีกด้วย มีหลายงานวิจัยที่พิสูจน์แล้วว่า ถั่งเช่า มีส่วนช่วยในเรื่องสมรรถภาพทางเพศ และการมีบุตรยาก ช่วยทำให้มีกำลังมากขึ้น ตื่นตัว มีอารมณ์ทางเพศมากยิ่งขึ้น

             ในปัจจุบันเราสามารถเพาะถั่งเช่าทิเบตได้ในห้องเพาะควบคุมที่มีอุณหภมิต่ำ และดูแลแบบระบบปิดทั้งหมด เพื่อควบคุมความสะอาดและการเพาะเลี้ยง เพื่อให้ได้คุณภาพสูงที่สุด จึงทำให้ได้ถั่งเช่าสายพันธุ์ทิเบตที่สารออกฤทธิ์สูงกว่าตามธรรมชาติมาก

 

งานวิจัย เกี่ยวกับถั่งเช่า และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ

             มีงานวิจัยฉบับหนึ่ง ที่ใช้กรณีศึกษาเรื่องการออกฤทธิ์ต่อการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ

กรณีศึกษาที่ 1 : ทดสอบจากผู้ชาย ทั้งหมด 22 คน ที่ใช้ถั่งเช่าเป็นอาหารเสริม พบว่าสามารถช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มในอสุจิได้ 33% และทำให้สเปิร์มที่ผิดปกติลดลง 29%
กรณีศึกษาที่ 2 : ทดสอบทั้งชายและหญิง ทั้งหมด 189 คน ที่มีความต้องการทางเพศลดลง พบว่าถั่งเช่าสามารถช่วยทำให้อาการและความต้องการทางเพศสูงขึ้น 66% ภายใน2-3เดือน

กรณีศึกษาที่ 3 : มีงานวิจัยสนับสนุนว่าการทาน ถั่งเช่า ช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไต และฮอร์โมนจากต่อมไทมัส รวมทั้งช่วยเพิ่มจำนวนของสเปิร์มที่สามารถปฏิสนธิได้เพิ่มขึ้น 300 % ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ 86% (ข้อมูลจาก เว็บไซต์มหาวิทยาลัยมหิดล)

 

             ส่วนประโยชน์ของถั่งเช่าในผู้หญิง มักใช้ฟื้นฟูและบำรุงสำหรับผู้ที่มีบุตรยาก ช่วยปรับฮอร์โมนให้คงที่ ช่วยปรับประจำเดือนให้เป็นปกติ ช่วยขับของเสียที่คั่งค้างในมดลูก ช่วยบรรเทาอาการผิดปกติของวัยทอง เช่น อาการนอนหลับไม่สนิท นอนไม่ค่อยหลับ หรืออาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย ผนังช่องคลอดบาง ไม่มีน้ำหล่อลื่น ถั่งเช่าจะช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้ รวมถึงช่วยเพิ่มการตอบสนองทางระบบประสาทและการสัมผัสให้ไวขึ้น ช่วยเสริมให้มีความต้องการทางเพศมากขึ้น ช่วยกระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone ช่วยทำหน้าที่คงความอ่อนเยาว์ให้ร่างกาย ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

             ส่วนประโยชน์ของถั่งเช่าในผู้ชาย ส่วนมากมักคิดว่าใช้บำรุงเพื่อสมรรถภาพทางเพศเท่านั้น แต่จริงๆแล้วถั่งเช่าสามารถบำรุงระบบภายในได้มากกว่าที่คิด ช่วยฟื้นฟูร่างกาย พละกำลังได้ดี ช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือดให้สูงขึ้น 40% ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่เหนื่อยล้า ลดอาการอ่อนเพลีย ทำให้นอนหลับสนิทมากขึ้น และบรรเทาอาการป่วยได้หลายโรคเช่นกัน แต่เนื่องจากการกินถั่งเช่าจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งจากหลายงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การกินถั่งเช่าวันละ 1-2 กรัม ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 60 วัน จะสามรถช่วยให้สมรรถภาพทางเพศเพิ่มมากขึ้นถึง 64% เลยทีเดียว

             สรุปคือ การทานถั่งเช่าเป็นประจำทุกวัน มีส่วนช่วยให้สมดุลของร่างกายมีความเป็นปกติมากขึ้น เมื่อระบบอวัยวะภายใน ระบบต่อมไร้ท่อที่ผลิตฮอร์โมนต่างๆกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ย่อมส่งผลให้เกิดการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศทั้งผู้ชายและผู้หญิง จึงช่วยให้ชีวิตรัก สดชื่น สดใส หลับสบาย ช่วยชะลอวัย มีอายุขัยที่ยืนยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ถั่งเช่า เรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรอายุวัฒนะ ที่สมควรมีติดไว้ประจำทุกบ้าน

เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

sz.jpg
how-to-tell-if-have-pink-eye.jpg

             ในสังคมที่ทุกคนต่างพยายามมุ่งหน้าสู่ความสำเร็จ จนต้องทำงานหนัก เคร่งเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หลายคนมีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือหลับยากขึ้น ซึ่งการพักผ่อนไม่เพียงพอนั้น จะส่งผลเสียต่อร่างกาย และสภาพจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ

 

             ช่วงเวลาที่ควรนอนหลับ ที่ส่งผลดีต่อร่างกายมากที่สุดคือ ช่วงเวลาตั้งแต่ 22.00-01.00น. เพราะเป็นช่วงที่ Pituitary gland หลั่ง Growth hormone และ Melatonin hormone ออกมามากที่สุด หากเราได้นอนหลับลึกในช่วงเวลานี้ จะทำให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทรุดโทรมถือว่าเราได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ จะทำให้เราตื่นมาอย่างสดชื่น มีสุขภาพดียิ่งขึ้น
 

ในแต่ละคืน การนอนจะถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ

1. NON REM (Non Rapid Eye Movement) คือ การ​นอน​หลับ​แบบ​ไม่​มี​การ​กลอก​ตา​เร็ว เป็นช่วงของการนอนตั้งแต่เริ่มหลับ จะมีความฝันเกิดขึ้นน้อยมาก แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้
 

  • ระยะที่ 1 : เป็นช่วงที่เราเพิ่งเริ่มหลับประมาณ 5-10 นาทีหลังจากหลับตา สมองจะเริ่มทำงานช้าลง ถ้าเราถูกปลุกตอนนี้ จะไม่ค่อยงัวเงีย คลื่นสมองจะเป็นคลื่น Alpha และ Theta (คลื่น Alpha ที่ขึ้นลงอยู่ระหว่าง 8-14 รอบ และ Theta ขึ้นลงระหว่าง 4-7 รอบต่อวินาที) บางทีตาอาจจะกลอกไปมาช้าๆได้ บางคนอาจเคยเจอปรากฎการณ์ ตกใจตื่น (Hypnic Jerk) การรู้สึกเหมือนกำลังจะตกจากที่สูง แล้วก็สะดุ้งตัวตื่นขึ้นมา นอกจากนี้บางคนอาจจะได้ยินหรือเห็นอะไรบางอย่าง ซึ่งต่างประเทศเรียกกันว่า Hypnagogic Hallucination การนอนระยะที่ 1 ไม่ค่อยมีผลกับร่างกายมากนัก
     

  • ระยะที่ 2 : คลื่นสมองจะทำงานเร็วขึ้นมาก โดยจะอยู่ในรูปของคลื่น Beta เป็นช่วงรอยต่อระหว่างการเริ่มหลับไปยังหลับลึก หัวใจเริ่มเต้นช้าลง อุณหภูมิในร่างกายเริ่มลดลงเล็กน้อย ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ในช่วงนี้สมองส่วนของ Cerebral Cortex และ Thalamus ที่มีหน้าที่เกี่ยวกับความทรงจำ, ความสนใจ, การรับรู้ต่างๆ, ความคิด, และสติ จะทำงาน ดังนั้นการนอนสั้นๆเพียง 30-40 นาที ก็เพียงพอที่จะกระตุ้นการทำงานของสมองในส่วนของการเก็บข้อมูลเข้าความทรงจำระยะสั้น เพิ่มสมาธิ และยังทำให้ตื่นมาไม่งัวเงียมาก เนื่องจาก Thalamus ยังทำงานอยู่ ร่างกายยังรับรู้ต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น กลิ่น เสียง การสัมผัส และจะไม่ฝัน

 

  • ระยะที่ 3 : การหลับลึก (บางตำรา แบ่งการนอนระยะนี้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะ 3 และระยะ 4 ซึ่งมี คลื่นสมองต่างเพียงกันเล็กน้อย และนับตั้งแต่ปี 2007 ทั้งสองระยะได้ถูกรวมเรียกเป็นระยะที่ 3) เป็นช่วงที่เริ่มหลับสนิท ร่างกายจะตอบสนองกับสิ่งกระตุ้นภายนอกน้อยลงมาก ถ้าเราถูกปลุกช่วงนี้ จะรู้สึกงัวเงียมากที่สุด โดยปกติการหลับในระยะนี้ คลื่นสมองส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบ Delta ร่างกายจะอยู่ในสภาวะพักผ่อนมากที่สุด และร่างกายจะสังเคราะห์ Serotonin โดยส่งผลให้กรดอะมิโนที่ชื่อ Triftophen จับตัวกับ Co-ensyme A เกิดเป็นสาร Acetrylserotonin ซึ่งจะแปรสภาพเป็นฮอร์โมน Melatonin และ Adenosine ป้อนเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อให้ทำหน้าที่กระตุ้นร่างกายให้เกิดอาการง่วง บวกกับ Adenosine จะถูกกระตุ้นที่ระบบประสาทตา Retina เมื่อมีความมืดของสภาวะแวดล้อม ขณะเดียวกัน ต่อม Pituitary และต่อม ไพเนียล ซึ่งอยู่ใต้สมอง ก็จะเริ่มหลั่ง Growth hormone ออกมาช่วยเรื่องการเจริญเติบโตของร่างกาย เป็นช่วงที่ร่างกายทำการฟื้นฟู ซ่อมแซมอวัยวะต่างๆ และปรับสมดุลของฮอร์โมน รวมไปถึงกระตุ้นให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นตามธรรมชาติ และเป็นช่วงบำรุงสมอง โดยสมองจะทำงานกักเก็บความทรงจำได้อย่างเต็มที่ ช่วยคืนความสดชื่น แจ่มใสให้ร่างกาย ช่วยเพิ่มพละกำลัง และทำให้สมองปลอดโปร่ง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมให้ร่างกายเพื่อรับวันใหม่ ที่สำคัญคือ Growth Hormone จะเกิดขึ้นมากที่สุดในช่วงนี้ และช่วงระยะเวลานี้สามารถเกิดการฝันได้ โดยการฝันส่วนใหญ่ของ Non REM เกิดขึ้นช่วงกลางของการหลับลึก ความฝันในช่วงนี้จะเป็นฝันที่ค่อนข้างสมจริง ดังนั้น การละเมอ หรือการฉี่รดที่นอนก็จะเกิดขึ้นในช่วงนี้นั่นเอง

2. REM (Rapid Eye Movement) การ​นอน​หลับ​แบบ​มี​การ​กลอก​ตา​เร็ว หรือ​แบบ​มี​การ​ฝัน

  • ในแต่ละรอบตลอดทั้งคืน จะใช้​เวลา​นาน​ขึ้น​เรื่อยๆ และ​ดู​เหมือน​จะ​เป็น​สิ่ง​สำคัญ​ยิ่ง​ต่อ​สุขภาพ​จิต ใน​ลักษณะ​คล้าย​กับ​คอมพิวเตอร์ สมอง​จะ​ตรวจ​สอบ​ความ​จำ​ระยะ​สั้น และ​ลบ​ข้อมูล​ที่​ไม่​สำคัญ​ทิ้ง​ไป​ แล้ว​เก็บ​ข้อมูล​ที่​ต้องการ​ไว้​เป็น​ความ​จำ​ระยะ​ยาว การ​มี​วงจร​ใน​ช่วง​ที่​ฝัน​นี้​น้อย​ผิด​ปกติ​ จะ​ทำ​ให้​เกิด​ปัญหา​ทาง​อารมณ์ เช่น คน​ที่​มี​อาการ​นอน​ไม่​หลับ​ จะ​ใช้​เวลา​ใน​ช่วง​การ​นอน​หลับ​แบบ​มี​การ​กลอก​ตา​เร็ว ​น้อย​กว่า​คน​ทั่ว​ไป ซึ่ง​มี​ส่วน​ทำ​ให้เข้าสู่​ความ​วิตก​กังวล​มาก​ขึ้น​เรื่อยๆ

  • REM เกิดขึ้นหลายครั้งระหว่างการนอนหลับ แต่เป็นเพียงช่วงที่สั้นที่สุดในวงจรการหลับ มันเป็นการเคลื่อนไหวของตาอย่างรวดเร็วในทิศทางต่างๆ (Rapid eye movement-REM) ซึ่งเกิดขึ้นในขณะกำลังหลับ เป็นระยะที่มีการทำงานอย่างหนักของสมอง พบว่าลักษณะของคลื่นที่มีรูปแบบชัดเจนในระยะแรก และจะยุ่งเหยิงในช่วง REM ดูเหมือนกับช่วงที่ตื่นอยู่ นี่เป็นระยะการหลับที่มีความฝันเกิดขึ้น เหมือนกับหนังที่กำลังฉายอยู่ในสมองของคุณ ดูเหมือนระยะนี้จะมีความสำคัญต่อการประมวลความจำและการเรียนรู้อีกด้วย

  • นอกจากกล้ามเนื้อตา และกล้ามเนื้อกระบังลมแล้ว กล้ามเนื้ออื่นจะไม่ทำงานระหว่างช่วง REM ซึ่งการสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อระหว่างช่วงการหลับ REM อาจเป็นการช่วยลดการใช้พลังงาน และป้องกันไม่ให้คุณทำอะไรในขณะหลับ ซึ่งอาจทำให้มีความเสี่ยงต่อการหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea) ในบางคนได้ นอกจากนี้ REM ยังทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต ชีพจร และอัตราการหายใจด้วย เลือดจะไปเลี้ยงสมองเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับองคชาติและคลิตอริส ทำให้เกิดการคั่งของเลือด ซึ่งนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายมีองคชาติแข็งตัวในตอนเช้านั่นเอง

ถั่งเช่า ช่วยเรื่องการนอนอย่างไร?

             การรับประทานถั่งเช่าก่อนนอน ช่วยให้ Adenosine ซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้ดียิ่งขึ้น และทำให้เกิดความง่วงจาก Melatonin ร่างกายจึงสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่น แจ่มใส ช่วยเพิ่มพละกำลัง และทำให้สมองปลอดโปร่งยิ่งขึ้น คุณจะ​รู้สึก​ตื่น​ตัว เบิกบาน ​และ​กระตือรือร้น​​ตลอด​วัน

คอร์ดีเบค ถั่งเช่าทิเบตแท้สกัด ช่วยให้คุณเข้าสู่สภาวะการนอนหลับสนิทใน ระยะที่ 3 เร็วขึ้น

เมื่อคุณทานต่อเนื่องอย่างน้อย 15 วัน คุณจะรู้สึกได้ถึงการนอนหลับที่สมบูรณ์ที่สุด

นอนไม่หลับ

bed-945881_1920.jpg
O6YGUF0.jpg

             ปัจจุบัน เราพบอัตราการเจ็บป่วยฉุกเฉิน หรือมีผู้ป่วยเสียชีวิตแบบเฉียบพลันมากขึ้นเรื่อยๆ สาเหตุการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกิดจาก โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย เรามาทำความรู้จักโรคนี้กันก่อนเลยดีกว่าค่ะ

 

สาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

  • หลอดเลือดแดงที่หัวใจผิดปกติ หรือที่เรียกว่า “หลอดเลือดแดงแข็ง” ซึ่งเกิดจากในผนังหลอดเลือดขรุขระขึ้น และบีบแคบลงจนตันในที่สุด

  • ไขมันในเลือดสูงเกินไป ไขมันจะไปเกาะสะสมกันอยู่ตามผนังหลอดเลือด จึงทำให้หลอดเลือดค่อยๆตีบจนตัน

  • การสูบบุหรี่ นิโคตินในบุหรี่ เมื่อถูกเผาผลาญแล้ว จะเกิดแก๊สคาร์บอนมอนนอกไซด์ ที่จะไปกระตุ้นสารคาเทโคลามีนในร่างกาย ทำให้ไขมันและคอเลสเตอรอลที่อยู่ในเลือด ซึมเข้าสู่ผนังได้ง่ายขึ้น จนเกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง

  • ความเครียด คนที่อารมณ์เสียง่าย เคร่งเครียด บ้างาน มีระเบียบมากเกินพอดี จะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดอุดตันได้สูงมากกว่าคนที่ใจเย็น

  • โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สามารถก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้เช่นกัน

วิธีป้องกัน แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ

     1. ป้องกันก่อนเกิดโรค ซึ่งเป็นไปได้ยาก เพราะบางคนอาจมีความผิดปกติของหลอดเลือดมาตั้งแต่เด็ก ทำได้เพียงแค่พยายามไม่ให้ความผิดปกตินี้เกิดขึ้นเร็วนัก คือ ต้องควบคุมเรื่องปัจจัยเสี่ยง เช่น อาจทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงการอุดตันของเส้นเลือดหัวใจ เป็นต้น ในต่างประเทศมีหลายงานวิจัยที่ให้ข้อมูลว่า ถั่งเช่า ช่วยขยายหลอดเลือด บำรุงหัวใจ และลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ได้อีกด้วย เพราะในถั่งเช่า มีสาระสำคัญหลายอย่าง ที่เป็นประโยชน์ต่อการบำรุงหัวใจ ดังนี้...

               - สารคอร์ไดเซปิน เพิ่มระดับออกซิเจน เพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือดให้ดียิ่งขึ้น

               - สารอดีโนซีน ช่วยต้านการแข็งตัวของเลือด ต้านการเกิดลิ่มเลือด ช่วยลดความเสี่ยง

                  การอุดตันของเส้นเลือดหัวใจและสมอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด รวมไปถึงโรค

                  หลอดเลือดอุดตันในสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของ อัมพฤกษ์ อัมพาต

               - สารไนตริกออกไซด์ ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว ระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายดีขึ้น

               - สารโพลีแซคคาไรด์ ช่วยจับไขมัน คอเลสเตอรอล และกำจัดออกจากร่างกาย

     2. ป้องกันหลังเกิดโรค อาจแบ่งออกเป็น 3 วิธี คือ

               1.1 ป้องกันไม่ให้มีอาการมากขึ้น ตรวจดูเรื่องปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และควบคุมปัจจัยเสี่ยงรวมถึงการกินยาตามแพทย์สั่ง (ซึ่งอาจจะต้องกินไปตลอดชีวิต)

               1.2 ป้องกันรักษา โดยโดยการกินยา หรือผ่าตัดขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน (ลูกโป่ง)

               1.3 ในปัจจุบัน มีหลายงานวิจัยที่ยืนยันว่า ถั่งเช่าแท้ มีฤทธิ์ช่วยในการขยายหลอดเลือด บำรุงร่างกาย ลดอาการอักเสบ ฟื้นฟูอวัยวะที่เสื่อมสภาพ ทำให้ร่างกายกลับมาสุขภาพดียิ่งขึ้น

 

               วิธีที่ดีที่สุด คือการดูแลตัวเองในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือการพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าเพิ่มความเครียดกับชีวิต ใจเย็น และพยายามผ่อนคลาย รวมถึงเรื่องอาหาร ควรเลือกทานอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด อาจเลือกทานสมุนไพรถั่งเช่าควบคู่ไปในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุล และบำรุงให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยชะลอการเกิดโรคนี้ได้ดีมาก

โรคหัวใจ และหลอดเลือดหัวใจ

OSBELT0.jpg